เนื่องด้วยตอนนี้กล่องของทางร้านหมด ออเดอร์ 3-5 เล่มขึ้นไปที่ต้องใส่กล่องจะได้เป็นกล่องพัสดุธรรมดานะคะ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ

บันทึกสังคมบรรจงอักษร

รีวิวหนังสือ “รองเท้าสีชมพูกับโลกสีเอิร์ลเกรย์” บทกวีที่จะนำพาคุณพบความงดงามในตัวเองโดย คุณวิน นิมมานวรวุฒิ

“โปรดสวมรองเท้าสีชมพูคู่โปรด แล้วฉันจะพาเธอท่องไปในดินแดนที่ความรักมีรสชาติหวานเหมือนไอศกรีม และขมเหมือนชาเอิร์ลเกรย์, ที่ซึ่งรักครั้งแรก การรอคอย และความเหงาเป็นสิ่งที่งดงามจนต้องโอบกอดเอาไว้ ฉันหวังว่าเมื่อเธออ่านจบ เธออาจยิ้มมุมปากให้กับอดีต และออกเดินทางไปยังอนาคต เพื่อตกหลุมรักชีวิตและโลกใบนี้”

 

รองเท้าสีชมพูกับโลกสีเอิร์ลเกรย์

ผู้เขียน : วิน นิมมานวรวุฒิ

สั่งซื้อ คลิกที่นี่

 

“เราจะโคจรมาพบกัน

ในวันที่เธอหยุดร้องไห้

แล้วสวมเดรสตัวโปรดเดินออกจากบ้าน”

     

     การที่ใครสักคนจะตัดสินใจหยิบหนังสือบางเล่มมาอ่าน ปัจจัยและเหตุผลในการเลือกล้วนต่างกันออกไป เช่นเดียวกันกับที่เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต่างมีความคิดและเหตุผลเป็นของตัวเอง บ้างก็เลือกหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากหน้าปก ส่วนบางคนก็เลือกที่จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านโดยใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ ถ้าถูกใจในคำโปรยของกระดาษหน้าแรกหรือหน้าที่สองก็จะเปิดอ่านในหน้าต่อๆ ไป หรือบางคนก็อาจจะเลือกหยิบหนังสือจากสีและโทนของเล่มๆ นั้นก็มีเช่นเดียวกัน แต่หนังสือเล่มนี้ สำหรับใครที่หากโปรดบทกวีหรือความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในสัจธรรมและความเป็นจริงของโลก หรือแม้แต่หากคุณโปรดสีชมพูที่แสนอ่อนหวานเหมือนสีของไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี่ที่เราเดินผ่านตามตู้กระจกของร้านขนมหวานที่ชั้น G ของห้างสรรพสินค้า หนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นอีกสิ่งที่ถูกคุณเพิ่มเข้าไปในลิสต์สิ่งโปรดปรานสิ่งใหม่ของคุณในช่วงเวลานี้ก็เป็นได้

 

     “ความรัก” คำสั้นๆ ที่มีเพียง 2 พยางค์แต่กลับกลายเป็นคำที่ใครหลายต่อหลายคนต่างให้นิยามที่ไม่เหมือนกันเลย ความรักสำหรับบางคนคือนิยามของคำว่าเจ็บปวด ความรักสำหรับบางคนแทบจะเป็นคำพ้องความหมายของคำว่าความสุขสม และความรักสำหรับบางคนก็อาจจะเป็นทั้งความทุกข์และความสุขในคราวเดียวกัน ไม่มีตัวชี้วัดใดที่บ่งบอกว่าความคิดแต่ละความคิดนั้นผิดแต่อย่างใด เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและให้นิยามตามแบบฉบับของตัวเอง แต่ 1 ในสิ่งที่เราจะสามารถเรียนรู้จากการใช้ชีวิตบนโลกกลมๆ ใบนี้ได้อย่างแน่นอนนั้นคือ “การยอมรับในการเปลี่ยนแปลง” บางคนอาจจะได้เรียนรู้บทเรียน chapter นี้จากเรื่องๆ หนึ่งที่โถมเข้ามาในชีวิต ส่วนบางคนก็อาจจะได้เรียนรู้บทเรียนบทนี้จากใครสักคนที่ได้ผ่านเข้ามาและอาจจะผ่านไปในท้ายที่สุด ซึ่งความสัมพันธ์นั้นครั้งหนึ่งก็อาจจะเคยเป็นคำๆ นั้นที่เราเพิ่งได้อ่านกันไปในคำกล่าวข้างต้น “ความรัก” นั่นเอง และถ้าหากคุณได้ตัดสินใจหยิบหนังสือปกสีชมพูเล่มนี้ขึ้นมาอ่านแล้ว คุณจะเป็น 1 ในเหล่าคนที่ได้เรียนรู้ถึงการยอมรับและการเปลี่ยนแปลงผ่านรูปแบบของการมีความรักและการใช้ชีวิตอย่างแน่นอน

 

     ความรู้สึกเวลาที่เราตกหลุมรักใครสักคน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม การตกหลุมรักมักจะเป็นสัญญาณแรกของการเดินทางที่ตลบอบอวลไปด้วยเรื่องราวทางความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความหลง ความใคร่ ความคะนึงหา ความห่วงใย หรือแม้กระทั่งความเจ็บปวด เรามิอาจรู้ได้เลยว่าปลายทางที่ว่านั้นจะประกอบไปด้วยความรู้สึกใดเป็นส่วนใหญ่ ความสุขหรือความทุกข์ที่มันมากกว่า หรือแม้กระทั่งว่าความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นและตั้งอยู่ในตอนนี้จะจบลงด้วยการจากลาแบบใด จะเป็นปลายทางที่ได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าหรือจากลาด้วยเหตุผลอื่นก็มิมีใครอาจรู้ได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างนั้นจะมีทั้งความสุขและความทุกข์และจบลงด้วยการจากลาอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่การเดินทางครั้งนี้จะประกอบไปด้วยความสุขโดย 100% หนังสือเล่มนี้จะเป็นงานเขียนที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและบทกวีที่ทำให้คุณมองเห็นความสวยงามของความเป็นไปในโลก ความสวยงามของความเศร้า ความสวยงามของการเปลี่ยนแปลง และความสวยงามนั้นไม่จำเป็นจะต้องเกิดจากความสุขสมอุราภายในจิตใจเพียงเท่านั้น

 

     มนุษย์ทุกคนล้วนอดไม่ได้ที่จะคาดหวังเมื่อมีความรู้สึกให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือใครสักคน อดไม่ได้ที่จะคาดหวังให้เรื่องราวเหล่านี้ดำเนินไปในแบบที่ตัวเราอยากให้เป็น อดไม่ได้ที่จะคาดหวังให้วันนี้นั้นผ่านไปได้ด้วยดี เพียงแต่ปริมาณและรายละเอียดยิบย่อยในการคาดหวังของแต่ละคนนั้นอาจจะต่างกัน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ความรักเองก็เป็นเช่นนั้น ทุกคนสามารถมีรักได้เมื่อใจอยากจะรักและรู้สึกรัก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวัง และเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่สมหวังในความรักเท่านั้นถึงจะกลายเป็นคนที่งดงามและน่าจับตา คุณงดงามได้แม้คุณจะอยู่คนเดียว เพราะความงดงามและความสวยงามนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณมีความรักหรือคุณได้รับรักนั้นตอบหรือไม่ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นเช่นไร คุณก็จะงดงามเสมอ

 

     หนังสือเล่มนี้เป็น 1 ในสิ่งที่หล่อหลอมและทำให้เราเป็นอีกคนที่มีมุมมองในการมองโลกต่างออกไปจากครั้งเมื่อตัวเรายังอายุ 15 ปี ตัวเราในวัย 15 ปีนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังว่าอนาคตนั้นจะต้องดีและสวยหรูตามแบบฉบับที่เราวาดฝันเอาไว้ผ่านปลายปากกาในไดอารี่เล่มโปรด ซึ่งแตกต่างจากตัวเราในวัยเลข 2 นี้ที่ความคาดหวังยังมีเช่นเดิม แต่ความคาดหวังนั้นกลับถูกย้ายจากอนาคตกลับมาสู่ปัจจุบัน ตอนนี้ และเวลานี้ เราไม่ใช่คนที่จะคาดหวังกับตัวบุคคลและเรื่องราวในอนาคตอีกแล้ว เพราะอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เรามิอาจรู้ได้ว่าภาพฉายตรงหน้าจะเป็นเช่นไร แต่เราเชื่อว่าการกระทำของเราในวันนี้จะส่งผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้กับชีวิตของเราเสมอ ดังเช่นประโยคๆ หนึ่งที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือหน้าปกสีชมพูเล่มนี้ “ในโลกที่ประสบการณ์ไม่สอนให้เติบโต แต่สอนให้รู้จักการปล่อยวาง”

 

     อนาคต ตัวบุคคล ความรัก และปัจจัยอื่นๆ ในชีวิต หรือแม้กระทั่งตัวเราเองก็ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะความรักที่ซึ่งเป็นเรื่องของนามธรรมและความรู้สึก เรามิอาจคาดหวังได้ว่าคนที่อยู่ข้างๆ เราในตอนนี้จะยังเป็นคนเดิมในอีก 10 ปีข้างหน้า เรามิอาจคาดหวังได้ว่าคนที่โอบกอดเราเมื่อยามที่เรารู้สึกเหน็บหนาวจะยังเป็นคนเดิมที่คอยบอกรักเราทุกคืนก่อนนอน เพราะถ้าหากวันหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นเลือกที่จะไม่รู้สึกรัก คะนึงหา หรืออยากอ้าแขนรออ้อมกอดจากเราเมื่อยามเหนื่อยอีกแล้วนั้นก็เป็นสิทธิ์ของพวกเขาเช่นกัน เช่นเดียวกันกับเมื่อเราสองคนรู้สึกตรงกันที่อยากจะรักกันในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าหากวันหนึ่งเราจะแยกย้ายต่อกันเนื่องจากความรู้สึกที่แปรผกผันกันแล้วก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน แต่สิ่งที่จะดำรงอยู่เสมอและไม่มีวันจางหายไปคือความงดงามของตัวคุณเองที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหยิบยกออกไปได้ คุณจะยังงดงามแม้คุณรู้สึกเศร้า คุณจะยังงดงามแม้คุณรู้สึกเจ็บปวด เช่นเดียวกับดอกไม้ดอกเล็กที่ยังสวยงามแม้จะไม่ได้รับแสงแดดหรือปริมาณน้ำในดินที่เพียงพอไปบ้าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปดอกไม้ดอกนั้นก็จะกลับมาเบ่งบานและพร้อมเงยหน้าให้แสงอาทิตย์สาดส่องเช่นเดิม

 

     เช่นนั้นแล้ว หากใครที่กำลังรู้สึกท้อแท้ ไม่มั่นใจในความงดงามของตัวเอง หรืออาจจะกำลังคิดว่าตัวเรานั้นไม่มีคุณค่าเพียงเพราะเราได้สูญเสียบุคคลผู้ซึ่งเราได้นิยามว่าเขาคือความรักไป ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ใส่ตะกร้าหรือถ้าหากเจอหนังสือเล่มนี้จากร้านหนังสือร้านใดสักแห่งในประเทศ อาจจะเป็นร้านกลิ่นหนังสือของเราหรือร้านหนังสือสักแห่งหรือสักสาขาใด ลองหยิบมาอ่านดูสักครั้งนะคะ แล้วคุณจะได้เข้าใจว่า จริงๆ แล้วความสวยงามและความเป็นคุณนั้นไม่ได้สูญหายหรือตายจากไปไหน คุณก็จะยังเป็นคุณคนเดิม หัวใจดวงเดิม และรอยยิ้มเดิมที่เคยยิ้มให้กับซีรีส์ที่ชอบดู เพลงที่ชอบฟัง และอาหารที่ชอบทาน คุณสวยงามได้แม้คุณจะอยู่คนเดียว และตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่เราจะพบเจอกับความผิดหวังไม่รู้จบ เพียงแต่จะเป็นเรื่องใดเท่านั้น สิ่งที่สำคัญคือการยอมรับในคุณค่าและความงามของตัวเอง ยอมรับในการเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่งบนโลก และสักวันหนึ่งถ้าหากคุณได้รักตัวเองอย่างเหมาะสมแล้ว ความรักที่เหมาะสมก็จะเข้ามาหาคุณ อาจจะเป็นตัวคุณเองที่โอบกอดตัวเองแน่นขึ้นจากครั้งที่เคยเผลอผลักไสความรู้สึกตัวเองมาก่อน หรืออาจจะเป็นใครสักคนที่เพิ่งร้องไห้จากการไม่สมหวังในเรื่องบางเรื่องของชีวิตแล้วมาพบกันในวันที่หน้าเปื้อนรอยยิ้มแล้วทั้งคู่ก็เป็นได้ จงอย่าลืมที่จะให้ความรักกับตัวเองกันนะคะ

0
Share on facebook
Share on twitter

Writer

lolitap

lolitap

นักศึกษาฝึกงานที่มือซ้ายถือนิยายแต่มือขวาถือดินสอสีชมพู

บทความที่คุณอาจจะชอบ