เนื่องด้วยตอนนี้กล่องของทางร้านหมด ออเดอร์ 3-5 เล่มขึ้นไปที่ต้องใส่กล่องจะได้เป็นกล่องพัสดุธรรมดานะคะ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ

บันทึกสังคมบรรจงอักษร

รีวิวหนังสือ Lost and Found หนังสือรวม 6 เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถ่ายทอดผ่าน 6 ตัวละครผู้พักอาศัย ณ 24/7 Apartment แห่งนี้

6 เรื่องราวความสัมพันธ์ จาก 6 ผู้พักอาศัยในอะพาร์ตเมนต์ มีการค้นพบบางสิ่งและทำบางอย่างหล่นหายที่นี่ เกิดการเริ่มต้นและจบลงตรงนี้ “24/7 Apartment”

 

Lost and Found

ผู้เขียน : ammie_aa

ภาพปก : plumin

สั่งซื้อ คลิกที่นี่

 

 

 

“ถ้าฉันยับยั้งใจสักนิดในคืนนั้น เรื่องราวคงไม่ถลำลึก แต่มาเสียใจตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นและจบไปเรียบร้อยแล้ว ประสบการณ์ครั้งนี้สอนคนไม่เคยมีความรักอย่างฉันได้หลายอย่าง มันไม่เปล่าประโยชน์เสียทีเดียว” ㅡ ปอนด์ นักศึกษาฝึกงานผู้เป็นเจ้าของใบหน้าที่แสนน่ารักภายใต้กรอบแว่นทรงกลมที่พักอาศัยที่อะพาร์ตเมนต์ชั้นสอง

 

 

     “Lost and Found” หากแปลเป็นภาษาไทยโดยง่ายก็คงไม่ต่างจากคำเปรยที่คุณนักเขียนได้บรรจงเขียนเอาไว้ในแผ่นกระดาษหน้าแรกของหนังสือเท่าไหร่นัก “สูญเสียและค้นพบ” ในระหว่างที่ผู้คนมากมายนับพัน นับหมื่น หรืออาจจะนับแสนกำลังใช้ชีวิตที่แสนวุ่นวายและรับผิดชอบหน้าที่ในสิ่งที่ตัวเองเลือกกันอยู่นั้น ทุกคนล้วนต้องประสบพบเจอกับเรื่องราวที่ดีและแย่ บางวันเราอาจจะพบเจอกับเรื่องๆ หนึ่งหรือคนๆ หนึ่งที่ทำให้วันที่แสนน่าเบื่อในวันนั้นกลับกลายเป็นวันที่แสนสดใสประหนึ่งต้นไม้ที่ใกล้เหี่ยวเฉากำลังถูกรดน้ำอย่างเบาแรง และในบางครั้งเราก็อาจจำเป็นต้องพบเจอกับสถานการณ์บางอย่างที่อาจจะทำให้วันนั้นถูกจารึกว่าเป็นวันที่ร้องไห้หนักที่สุดในหัวใจและความทรงจำ แต่ถึงกระนั้นเราทุกคนต่างก็ยอมรับความจริง เผชิญหน้า และก้าวเดินต่อไปตามวิธีของตัวเอง เช่นเดียวกันกับหญิงสาวต่างวัยทั้ง 6 คนที่ 24/7 Apartment แห่งนี้

 

     ความรู้สึกแรกที่อ่านจนจบเล่ม คำพูดที่แวบเข้ามาในหัวมีเพียงประโยคที่ประกอบไปด้วย 2 พยางค์เท่านั้น “ดีจัง” ดีจังและดีใจที่มีโอกาสได้อ่านหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวชีวิตของตัวละครทั้ง 6 คนนี้ ทั้งๆ ที่สิ่งที่ผู้อ่านได้ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรและการดำเนินเรื่องของตัวละครนั้นปราศจากความแฟนตาซีและเหนือธรรมชาติซึ่งเป็นประเภทงานเขียนโปรด แต่กลับทำให้ผู้อ่านอย่างเรารู้สึกได้ถึงความรู้สึกสนุก อยากรู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร ตัวละครจะมีพัฒนาการของตัวละครมากน้อยแค่ไหนผ่านเรื่องราวที่เขากำลังประสบพบเจออยู่ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกลุ้นภายในใจว่าตัวละครสองคนนี้จะได้ลงเอยตามที่เจ้าตัวได้หวังไว้ในหน้ากระดาษแผ่นแรกๆ หรือไม่ ผู้เขียนสามารถดำเนินเรื่องราวธรรมดาที่เราทุกคนสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวันให้ออกมาในรูปแบบที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจในเรื่องราวของปัญหา การยอมรับความจริง และการที่รู้จักมอบความรักให้คนอื่นโดยที่ไม่ลืมที่จะโอบกอดตัวเราเองอย่างแท้จริง ทำให้เต็มที่เสมอในทุกความสัมพันธ์ที่ยังตั้งและคงอยู่ โอนอ่อนกับตัวเองและบุคคลที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรัก แม้ปลายทางอาจจะไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังหรืออาจจะเป็นตัวเราเองที่ตกเป็นคนที่ไม่สมหวังคนนั้น ก็จงยอมรับแลเติบโตขึ้นจากบาดแผลที่เราล้วนเรียกกันว่าแผลสด เติบโตจนกระทั่งวันเวลาผ่านไปจากแผลสดแปรเปลี่ยนเป็นแผลที่ตกสะเก็ด เราผู้เป็นเจ้าของร่างกายล้วนห็นรอยแผลและยังจำที่มาของความเจ็บปวดนี้ได้เสมอ แต่คำว่าตลอดไปจะไม่เกิดขึ้นในความเศร้าหรือรอยน้ำตาของเราอีกแล้ว

 

     หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วยตัวละครที่ไม่น้อยและไม่มากจนเกินไปนัก โดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบที่คุณนักเขียนได้นำคู่ของ “ธารและเกล” มาประเดิมเป็นเรื่องราวแรกที่ผู้อ่านอย่างเราจะได้เปิดอ่าน ทั้งสองคนเป็นสาววัยทำงานธรรมดาทั่วไปที่มีอายุย่างเข้า 30 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีการพูดคุยและพัฒนาความสัมพันธ์กันมากขึ้นโดยเริ่มจากสถานะ “เพื่อนบ้าน” สู่ “การศึกษาดูใจ” โดยถ้าหากเทียบกับคู่อื่นๆ ที่ผู้อ่านทุกคนจะได้กวาดสายตาอ่านนับจากนี้แล้วคู่นี้เป็นคู่ที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่กลับให้ความสุขและความสบายใจเป็นอย่างมากสำหรับฉัน จนอาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่ใครหลายคนกำลังเฝ้าใฝ่หาอยู่ก็เป็นได้ แต่ถ้าหากผู้อ่านคนใดอ่านมาถึงตรงนี้แล้วกำลังคิดว่า “ถ้าอย่างนั้นคู่อื่นๆ ก็คงจะดำเนินไปได้ด้วยดีและราบรื่นเหมือนคู่นี้อย่างนั้นสินะ?” คำตอบคือ ไม่ค่ะ คุณผู้เขียนวางไทม์ไลน์โดยจะเริ่มจากคู่แรกที่ดูมีแต่ความสบายใจให้กัน ชอบกัน และรักกันตามรูปแบบความสัมพันธ์ในฝันของใครหลายต่อหลายคนก่อน แล้วหลังจากนั้นคุณผู้เขียนก็จะค่อยๆ ใส่รายละเอียดถึงบรรยากาศและความรู้สึกอื่นๆ ในเรื่องของความรักที่ไม่ได้มีเพียงความสุขและรอยยิ้มผ่านตัวละครคู่อื่น ไม่ว่าจะเป็น “นิคและปลายฟ้า” “มิ้งและปอนด์” “เอิร์ธและตุลย์” และอีกมากมาย

 

     คำกล่าวของข้าว เจ้าของ 24/7 Apartment ในเมืองกรุงแห่งนี้ “แต่ความรักและความชอบมันทำให้การตัดสินใจหลายอย่างขาดเหตุและผล” ใช่ เมื่อใดที่ความรักก่อตัวขึ้นภายในหัวใจของใครบางคนแล้ว เรื่องราวหลังจากนั้นล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและความรู้สึก การตัดสินใจที่จะเลือกให้ตัวเองถลำลึกลงไปอีกเพียงใด หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจรู้ทั้งรู้ว่าความสัมพันธ์อาจจะลงเอยในทิศทางที่ไม่ได้เป็นดั่งใจนึกแต่ก็ยังเลือกที่จะก้าวขาพาตัวเองดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความรู้สึกที่มิมีสิทธิ์และมิอาจคาดเดาได้อยู่ดี เพราะคิดเพียงแค่ว่า “ก็ชอบ ก็รัก” แล้วเรื่องราวหลังจากนั้นก็ค่อยไปเสี่ยงเอาดาบหน้า ดั่งเช่นเรื่องราวของ “เอิร์ธ” หญิงสาวที่พักอาศัยที่อะพาร์ตเมนต์ชั้นสองผู้โปรดการวาดรูปและหลงรักนักเขียนหน้าสวยคนหนึ่งอย่าง “ตุลย์” มาเป็นระยะเวลาถึงสองปี โดยเป็นความรักที่ต่างมีความรู้สึกชอบให้กันและกันแต่กลับไม่สามารถพัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งหรือมีสถานะได้ เนื่องจากแผลในใจที่ได้สูญเสียคนรักที่ตุลย์ยังไม่สามารถก้าวข้ามหรือตกสะเก็ดแผลที่มีภาพของคนรักได้จากไปจากโลกความทรงจำของเธอ ทั้งสองคนคุยกันอย่างตรงไปตรงมาถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่เป็นเอิร์ธเองนั้นที่เลือกที่จะอยู่รอและหวังว่าในอนาคตนักเขียนคนสวยคนนี้จะสามารถทยายกำแพงในใจและต้อนรับให้เอิร์ธเข้าไปอยู่ในหัวใจของเธอได้ในสักวัน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราได้รับรู้แล้วว่าความเจ็บปวดนั้นมีมากกว่าความสุขระหว่างความสัมพันธ์ เราจะสามารถตระหนักได้อย่างแน่นอนว่าเราควรจะอยู่หรือเดินต่อไปในเส้นทางอื่น ในประสบการณ์ที่ทำให้เราเสียใจและเสียน้ำตาในช่วงระยะเวลาหนึ่งนั้นล้วนมีเรื่องราวดีดีอยู่เสมอ อย่างเช่นที่เอิร์ธได้กล่าวไว้ว่า ไม่เคยเสียใจที่ได้รอและไม่เคยเสียดายที่ได้รัก เพราะเรานั้นได้ตัดสินใจรักเท่าที่อยากรักไปแล้วถึงแม้ว่าปลายทางจะไม่ได้สมหวังก็ตาม เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังในความรัก แต่เราทุกคนจะผ่านไปได้เสมอ

 

     ใครบางคนได้ค้นพบถึงอีก 1 เหตุผลในรอยยิ้มที่ได้เพิ่มเข้ามาในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคนที่กำลังสูญเสียบางอย่างหรือคนบางคนไป ทุกตัวละครนั้นเป็นตัวละครที่ต่างคนต่างพบเจอกับเรื่องราวและคนบางคนที่เข้ามาเป็นดอกทานตะวันในยามเช้าและมีดที่คอยทิ่มแทงที่ขั้วหัวใจ บ้างก็เป็นมีดที่อีกฝ่ายตั้งใจเอามาแทงด้วยความตั้งใจ แต่ที่น่าขันกว่านั้นคือการที่เราเลือกที่จะยอมโดนมีดคมสวยเล่มหนึ่งทิ่มแทงแม้จะรู้ว่าทำให้เจ็บเจียนตาย ไม่มีใครบนโลกที่จะสามารถล่วงรู้ถึงอนาคตภายภาคหน้าได้ว่าโลกและโชคชะตาจะเหวี่ยงให้เราได้ไปพบเจอกับอะไร โอกาสในชีวิตแบบใด หรือใครบางคน แต่เราทุกคนสามารถเลือกได้ที่จะคิด ฟัง และไตร่ตรองถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า ทุกคนสามารถเลือกได้ที่จะรอ หยุด หรือเดินต่อในความสัมพันธ์ การตัดสินใจนั้นจะดำเนินหรือจบลงล้วนอยู่ที่เรา เพียงแต่ในบางครั้งความรักก็อาจจะทำให้เราดื้อดึง ดันทุรัง หรือทำร้ายหัวใจตัวเองไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วความจริงจะทำให้เรายอมรับและก้าวเดินต่อไปอย่างที่เคยฝันกันไว้เมื่อครั้งยังเด็กว่า ขอให้เติบโตกันไปอย่างดี เช่นเดียวกันกับตัวละครเหล่านี้ที่กำลังเติบโตผ่านประสบการณ์และผู้คนที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตนั่นเอง

 

     ถ้าใครกำลังตามหาหนังสือที่จะทำให้คุณได้เข้าใจถึงความรัก ที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องสมหวัง ไม่สมหวัง หรือเป็นการรักคนอื่น แต่หากเรารักตัวเอง และได้รู้สึกเท่าที่อยากรู้สึกแล้วนั้นก็เรียกว่าความรักได้เช่นเดียวกันนั้น ลองหยิบหนังสือ Lost and Found ขึ้นมาอ่านได้นะคะ แล้วผู้อ่านทุกคนจะได้รับรอยยิ้ม ความประทับใจ และการมองเห็นถึงความสุขเล็กๆ ผ่านประสบการณ์ที่อาจจะเคยทำให้เราเสียน้ำตาอย่างถึงที่สุดอย่างแน่นอน หรือถ้าหากใครกำลังรู้สึกถึงการสูญเสียตัวเองหรือใครบางคนอยู่ในตอนนี้ ขอให้อย่างน้อยผู้อ่านทุกคนได้ค้นพบกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว และต่อให้จะสูญเสียบางอย่างไปแล้ว แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่คุณจะสูญเสียอย่างแน่นอน ในทุกเรื่องราวที่เราเคยคิดว่ามันมีแต่สีดำ มักจะมีแสงสว่างนำทางพาให้เราไปพบเจอเราคนใหม่หรือใครอีกคนเสมอ ใช้ชีวิตให้สนุก เคารพความรู้สึกของตัวเอง และก้าวต่อไปด้วยความรักนะคะ 🙂

0
Share on facebook
Share on twitter

Writer

lolitap

lolitap

นักศึกษาฝึกงานที่มือซ้ายถือนิยายแต่มือขวาถือดินสอสีชมพู

บทความที่คุณอาจจะชอบ