เนื่องด้วยตอนนี้กล่องของทางร้านหมด ออเดอร์ 3-5 เล่มขึ้นไปที่ต้องใส่กล่องจะได้เป็นกล่องพัสดุธรรมดานะคะ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ

บันทึกสังคมบรรจงอักษร

รีวิว Wild Cherry นวนิยายชั้นเยี่ยมที่จะชวนให้คุณได้ลิ้มลองรสหวานของความรักเคล้ากับรสขมของความจริงในสังคม

“ถ้าเลือกได้ ผมอยากให้เราได้เจอกันในที่ที่ดีกว่านี้ ในจักรวาลที่ชีวิตเขาราบรื่น มีความสุขสมวัย แต่ในเมื่อผมไม่ใช่ผู้สร้าง ไม่มีอำนาจย้อนอดีตบิดปัจจุบัน จึงได้แต่ขอบคุณที่เขาให้โอกาสผมได้ช่วยโอบกอดแบ่งเบาชีวิตผุๆ พังๆ ของเขาไว้บ้าง”

 

Wild Cherry #น้องเชอร์รี่ป่า

 

ผู้เขียน : Martian

ผู้วาด : Sasi Tee

สั่งซื้อ คลิกที่นี่

 

 

 

“ผมอยากให้ของเล่นของผมมีชีวิตบ้างจัง”

“มันคงไม่น่ารักเหมือนในหนัง ถ้าของเล่นของเธอเป็นตุ๊กตายาง”

   

     นิยายแนวความรักโรแมนติกนั้น สำหรับบางคนอาจจะเปรียบเสมือนความรู้สึกที่ได้แต่นั่งอยู่ในห้องๆ หนึ่งและเฝ้ามองพร้อมกับคิดอยู่ในใจว่า เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกสักทีนะ อยู่อย่างนั้น เป็นความรู้สึกที่เบื่อหน่าย รู้ทั้งรู้ว่าปลายทางของเรื่องก็มีเพียงสองทางเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น ไม่ happy ending ก็คงจะเป็น bad end ไม่จบลงด้วยการที่ตัวเองสมหวัง ได้อยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยา หรือบางเล่มก็อาจจะได้อยู่ด้วยกันฉันท์สามีกับสามี และภรรยากับภรรยาก็เป็นได้ หรือบางเล่มนั้น ถ้าหากผู้เขียนไม่บรรจงแต่งให้ปลายทางของเรื่องจบลงด้วยการอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ก็คงเป็นการจากลาที่มิอาจหวนคืนกลับมาได้ มีเพียงความทรงจำเท่านั้นที่จะยังคงอยู่เป็นหลักฐานที่ซึ่งว่าตัวละครทั้งสองคนเคยรักและแลกเปลี่ยนความฝันร่วมกันในช่วงเวลาหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นคนแปลกหน้าที่ต่างรู้ว่ารสจูบของคนแปลกหน้าอีกคนนั้นเป็นอย่างไร ชอบทานข้าวเช้าประเภทใดในตอนเช้า หรือแม้กระทั่งว่าชอบอ่านหรือชอบดูภาพยนตร์ประเภทใด คนแปลกหน้าประเภทนั้นแหละ หรือบางเล่มผู้เขียนก็อาจจะจบลงด้วยปลายปากกาที่ค่อนข้างจะโหดร้ายต่อความรู้สึกของผู้อ่านไปบ้าง ถ้าหากการจากลาของตัวละครนั้นเป็นการจากตาย สำหรับบางคนก็คงจะคิดว่านิยายรักคงประมาณนั้น

 

     ตัวฉันเองก็มิอาจเถียงได้ว่าในพล็อตของนิยายรักนั้นก็คงหนีไม่พ้น การพบกัน การตกหลุมรัก การรักกัน ขัดแย้งกัน อาจจะเลิกกันไป และกลับมาเจอกันใหม่ หรืออาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็เป็นได้ ก็คงจะเป็น pattern อย่างที่ผู้อ่านหลายคนได้สัมผัสจากนิยายรักหลายต่อหลายเรื่อง แล้วแต่ว่าใครจะนิยม บางคนนั้นก็อาจจะชอบที่ได้ซึมซับและตกอยู่ในภวังค์ของห้วงความรักที่ตัวละครทั้งสองต่างมีให้กันอย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้จะเป็นการดำเนินเรื่องที่พอเดาได้ก็ยังอยากจะอ่านและรู้ให้ได้ว่าในท้ายที่สุดแล้วความรักนี้จะถึงทางตันในหน้ากระดาษสุดท้ายหรือเปล่า และมันก็ไม่ผิดหรือเป็นเรื่องแปลกเลยที่นักอ่านบางท่านจะชอบหยิบหนังสือที่พวกเขาชอบขึ้นมาอ่าน อย่างเช่นฉันในตอนนี้ ฉันตัดสินใจหยิบหนังสือ wild cherry ขึ้นมาอ่านเนื่องจากแรงดึงดูดของโทนสีและภาพประกอบของหน้าปก ความเย้ายวนที่ส่งผ่านทวงท่าและร่างกายของตัวละครหลักนั้นทำให้ฉันรู้สึกอดสงสัยมิได้ว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกบรรจงอักษรและรูปประโยคเอาไว้และกลายเป็นเรื่องราวแบบใดกันนะ จนกระทั่งอ่านจนจบเล่ม ความรู้สึกที่ฉันได้จากการนวนิยายเล่มนี้นั้น แน่นอนว่าฉันได้อิ่มเอมกับความรักระหว่าง “คีรี” ชายหนุ่มธรรมดาจนแทบจะค่อนไปทางซึนและจืดสำหรับใครบางคน กับ “เฌอ” ชายผู้ซึ่งมีอายุน้อยกว่าเขา อีกทั้งยังทำอาชีพเป็น sex creator อีกด้วย แต่นอกจากความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้จากการกวาดสายตาอ่านทุกตัวอักษรในนิยายเล่มนี้แล้ว นิยายเล่มนี้ยังสื่อถึงการจิกกันสังคมและการพูดความจริงในเรื่องบางเรื่องที่ยังเกิดขึ้นในสังคมไทยและยังไม่ได้รับการแก้ไขอยู่ในนวนิยายเล่มนี้อีกด้วย

 

     ตัวละครทั้งสองต่างถูกรังสรรค์ให้ผู้อ่านได้รับรู้และค่อยๆ ทำความเข้าใจในความคิดและการกระทำของพวกเขาทั้งคู่ไปทีละน้อยตามจำนวนนิ้วของผู้อ่านที่ค่อยๆ พลิกหน้ากระดาษของหนังสือไปเรื่อยๆ ตัวละครในเรื่องนี้ไม่ได้มีมากนัก แต่กลับมากพอที่จะทำให้น้ำหนักของโทนเรื่องถูกดำเนินไปอย่างไม่ทำให้รู้สึกว่าหนักหนาหรือขัดใจขณะที่อ่าน ตัวละครเอกทั้งสองคนนั้นกลับถูกผู้เขียนเอาอยู่ ไม่ว่าจะในเรื่องของอารมณ์ คำพูด ความคิด หรือแม้กระทั่งปมในใจของตัวละครก็เช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่บางคนนั้นกดทับอนาคตของเด็กด้วยสิ่งที่ตัวเองนั้นคิดว่าถูกต้องและเหมาะสม หรืออาจจะเป็นการนึกถึงแต่ตัวเองมากจนเกินไป จนลืมนึกถึงความรู้สึกและจิตใจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกหรือคนสำคัญ ทำไมการที่เด็กคนนึงจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขาอยากใช้นั้นช่างยากนัก ทั้งๆ ที่ความเป็นเขานั้นมิได้ทำให้ใครเดือดร้อนแต่อย่างใด หรือเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมแต่อย่างใดเลย ผู้คนส่วนมากนั้นล้วนพูดว่า “ทำความเข้าใจคุณพ่อคุณแม่หน่อย ให้เวลาเขาหน่อย ในวัยของพวกเขาคงไม่ค่อยมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้น หากจะยังไม่สามารถยอมรับได้ในตอนแรกนั้นก็คงไม่แปลก” ฉันเข้าใจในทุกคำพูดของทุกคนที่สาดถ้อยคำเหล่านี้ใส่หูซ้ายและหูขวาของฉัน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่า “แล้วเมื่อไหร่กันที่สังคมคิดอยากจะทำความเข้าใจเด็กบ้าง” แน่นอนว่าตัวละครอย่าง “เฌอ” เองก็เป็น 1 ในตัวอย่างของเด็กที่ถูกคำพูดและความคิดของคนเป็นพ่อกัดกินจิตวิญญาณและตัวตนของเขาไปตั้งแต่วินาทีที่คุณพ่อของเขาได้รับรู้ว่าลูกชายของเขานั้นเป็นเกย์ มันไม่มากไปหรือที่เด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะต้องแบกรับกับประโยคที่ว่า “การที่เขาเป็นแบบนี้ มันผิดขนาดนั้นเลยเหรอ” มาตลอดชีวิต

 

     การดำเนินเรื่องของนวนิยายเล่มนี้นั้นสอดแทรกไปด้วยอารมณ์ของตัวละครที่หนักและแน่นผ่านตัวอักษรและทุกรูปประโยค บทจะหวานก็หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า บทที่ตัวละครจะเกิดความไม่เข้าใจกันก็ทำให้เห็นถึงความขัดแย้งที่สามารถดึงอารมณ์ผู้อ่านอย่างเราได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งการเล่าเรื่องภูมิหลังหรือประเด็นทางสังคมที่ผู้เขียนนั้นได้ใส่ลงไปผ่านประสบการณ์ของตัวละครเองก็เป็นย่อหน้าที่เรียกได้ว่ายากจะวางหนังสือเล่มนี้ลงเช่นเดียวกัน ถ้าหากใครกำลังต้องการอ่านนวนิยายที่ครบทั้งรสและความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นรสขมที่ยากจะคายทิ้งหรือหวานเยิ้มแต่มิรู้สึกเลี่ยนหรือกระดากลิ้น อีกทั้งยังแฝงไปด้วยเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมกับแง่คิดบางอย่างที่จะสามารถทำให้ผู้อ่านนึกภาพตามเกี่ยวกับการขับเคลื่อนบางประเด็นในสังคมไทย ลองตัดสินใจหยิบนวนิยายเล่มนี้ขึ้นมาอ่านดูสักครั้งนะคะ แล้วคุณจะได้มากกว่าการดำเนินเรื่องระหว่างความรักของคนสองคน แต่อาจจะได้รับรู้และเข้าใจในเรื่องบางเรื่องที่เราอาจไม่เคยคิดที่จะทำความเข้าใจหรือเคยประสบกับตัวเองก็เป็นได้

0
Share on facebook
Share on twitter

Writer

lolitap

lolitap

นักศึกษาฝึกงานที่มือซ้ายถือนิยายแต่มือขวาถือดินสอสีชมพู

บทความที่คุณอาจจะชอบ